Jerry: "We live in a cynical world, a cynical, cynical world, and we work in a business of tough competitors. I love you. You complete me. And if I just had..."
Dorothy: "Shut up. Just shut up.....You had me at hello. You had me at hello."
ผู้เขียนนำคลิปหนังเรื่อง Jerry Maguire มาโพสท์ไว้ในตอนนี้เพียงเพราะความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับที่ Jerry พูดว่า เราอยู่ในโลกที่โหดร้าย เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี น่าเหนื่อยหน่ายใจ แต่ดูเหมือนว่าคำว่า "ความรัก" จะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถเติมเต็มความบกพร่องของจิตใจมนุษย์ "ความรัก" สามารถเป็นแสงสว่างส่องไปยังมุมมืดในใจคนได้ "ความรัก" ยังเป็นอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถลดทอนความโหดร้ายของโลกใบนี้ได้
ในหนังเรื่องนี้ Jerry ได้เข้าถึงความรักที่ Dorothy ที่มีต่อเขา และเป็นสิ่งเติมเต็มความพร่องในจิตใจ
ถึงตรงนี้ผู้เขียนอยากจะบอกว่าหนังฝรั่งหลายๆ เรื่อง ได้ให้สาระและคำพูดดีดีให้คนดูได้มาฉุกคิด สำหรับเรื่อง Jerry Maguire ก็เป็นหนังเรื่องโปรดของผู้เขียนอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบดูซ้ำๆ หลายหน เพียงเพราะชอบ climax คำพูดของ Jerry ข้างบนนั้น key words คือ "cynical world" และ "you complete me" คำพูดสองคำนั้นกินใจจริงๆ
หันมาดูสถานการณ์บ้านเรา ก็คงเข้าข่าย cynical world สำหรับคนอย่างเราๆ ก็คงต้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้เข้าใจว่ามันเป็นไปตามแบบ cynical world เพราะมีสิ่งนั้น สิ่งนี้จึงเกิด ตอนนี้ที่เราๆ สามารถทำได้อย่างเดียวคือ "ให้ความรัก" "เติมความรัก" ให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบใดก็ตามที ผลที่ตามมามันอาจจะทำให้โลกนี้ลดความโหดร้ายลงก็ได้
ในช่วงวันหยุดราชการในพื้นที่ กทม. ระหว่างนี้ขอแนะนำให้ดูหนังฝรั่ง sound on film ไปพลางๆ ฝึกฟัง พูดภาษาอังกฤษตามตัวละครในหนัง เผื่อว่าวันข้างหน้าต้องเป็นคนไทยทิ้งแผ่นดิน เพื่อไปอยู่แผ่นดินที่มีความ cynical น้อยกว่านี้จะได้ไม่ลำบากมากนัก
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน Long Live my beloved King. I'm pround to be Thai and Your Majesty's subject.
ประชาชนเฝ้ารับเสด็จในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์จากศิริราชถึงพระบรมมหาราชวัง ในวันฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ท่ามกลางพสกนิกรที่ถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ตลอดเส้นทาง The King's Motorcade Route to the Royal Grand Palace to celebrate his 60th Annivasary of the Coranation Day on 5 May 2010. "Long Live the King" cheered by Thais.
ผู้เขียนไปถึงบอสตันในตอนเช้าตรู่ของวันที่ยี่สิบสามธันวาคมและอยู่ในเมืองนี้จนถึงวันที่ยี่สิบหก เมื่อแรกไปถึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอเมริกา เพราะบรรยากาศเงียบมาก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสดังนั้นร้านรวงต่างๆ จึงปิดทำการ แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวในบางแห่ง แต่ยังไงก็ตามผู้เขียนก็ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่หนึ่งสมความตั้งใจของคนไทยที่รักในหลวงอย่างผู้เขียนนั่นก็คือ โรงพยาบาล Mount Auburn อันเป็นสถานที่พระราชสมภพของในหลวง ที่ตั้งอยู่ในเมืองเคมบริดจ์อันเป็นส่วนหนึ่งของ Greater Boston Area เพียงแต่ข้ามแม่น้ำ Charles จากบอสตันมาก็จะมาถึงยังเมือง Cambridge เมืองอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกสองแห่งคือ Harvard และ MIT
Old Town ประกอบไปด้วยสองส่วนคือ Upper Town และ Lower Town โดยทั้งสองส่วนนี้มีบันไดยุคโบราณหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Breakneck Stairs สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ไว้ใ้ช้สำหรับเชื่อม Upper Town และ Lower Town ไว้ด้วยกัน
ที่ Old Town แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง อย่างเช่น Place-Royale ที่เป็นจัตุรัสหรือสแควร์อยู่ Lower Town ที่ Samuel de Champlain ผู้ก่อตั้งเมืองแห่งนี้มาถึงเป็นจุดแรก ในยุคก่อนจัตุรัสแห่งนี้ใช้ไว้สำหรับการแสดงของขบวนพาเหรด ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งค้าขายหรือ marketplace สำหรับในปัจจุบันจัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่คนนิยมถ่ายรูปเพื่อนำไปจัดทำโปสการ์ด และนอกจากนั้นในอาคารแถบใกล้เคียงก็ใช้สำหรับจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของ Place-Royale แห่งนี้
Video credit to WatchMojo Photos credit to http://www.societehistoriquedequebec.qc.ca/images/escalier_casse_cou.jpg http://www.funiculaire-quebec.com/en/PhotosFuniculaire.htm#thumb hhttp://www.bonjourquebec.com/qc-en/attractions-directory/museum-interpretation-centre-historic-site/musee-de-lamerique-francaise_1171481.htmlttp://leo.koppel.ca/geo/photos/placeroyale.jpg
Partial source of info.: http://wikitravel.org/en/Quebec_City