Old Town ประกอบไปด้วยสองส่วนคือ Upper Town และ Lower Town โดยทั้งสองส่วนนี้มีบันไดยุคโบราณหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Breakneck Stairs สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ไว้ใ้ช้สำหรับเชื่อม Upper Town และ Lower Town ไว้ด้วยกัน
ที่ Old Town แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง อย่างเช่น Place-Royale ที่เป็นจัตุรัสหรือสแควร์อยู่ Lower Town ที่ Samuel de Champlain ผู้ก่อตั้งเมืองแห่งนี้มาถึงเป็นจุดแรก ในยุคก่อนจัตุรัสแห่งนี้ใช้ไว้สำหรับการแสดงของขบวนพาเหรด ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งค้าขายหรือ marketplace สำหรับในปัจจุบันจัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่คนนิยมถ่ายรูปเพื่อนำไปจัดทำโปสการ์ด และนอกจากนั้นในอาคารแถบใกล้เคียงก็ใช้สำหรับจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของ Place-Royale แห่งนี้
Video credit to WatchMojo Photos credit to http://www.societehistoriquedequebec.qc.ca/images/escalier_casse_cou.jpg http://www.funiculaire-quebec.com/en/PhotosFuniculaire.htm#thumb hhttp://www.bonjourquebec.com/qc-en/attractions-directory/museum-interpretation-centre-historic-site/musee-de-lamerique-francaise_1171481.htmlttp://leo.koppel.ca/geo/photos/placeroyale.jpg
Partial source of info.: http://wikitravel.org/en/Quebec_City
Two households, both alike in dignity, In fair Verona, where we lay our scene, From ancient grudge break to new mutiny, Where civil blood makes civil hands unclean....
ROMEO [To JULIET] "If I profane with my unworthiest hand This holy shrine, the gentle fine is this: My lips, two blushing pilgrims, ready stand To smooth that rough touch with a tender kiss.
JULIET Good pilgrim, you do wrong your hand too much, Which mannerly devotion shows in this; For saints have hands that pilgrims' hands do touch, And palm to palm is holy palmers'kiss.
สำหรับตัวผู้เขียนนั้นชื่นชอบบทประพันธ์ของ Shakespear มาอยู่ก่อนแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าได้รับอิทธิพลจากเมื่อสมัยเรียนปริญญาตรีที่ต้องเรียนวรรณคดีอังกฤษ โดยอาจารย์ได้นำภาพยนต์เรื่อง Romeo & Juliet เวอร์ชันปี ค.ศ. 1968 ตามคลิปข้างบนที่ Leonard Whiting เล่นเป็น Romeo Montague และ Olivia Hussey เล่นเป็น Juliet Capulet มาฉายให้ดู ซึ่งผู้เขียนต้องขอบอกว่าชื่นชอบกับภาพยนต์เวอร์ชันนี้มากๆ เพราะคิดว่าภาพยนต์เวอร์ชันนี้มีความคลาสสิกค่อนข้างมากในเรื่องการนำเสนอ ตัวผู้แสดง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงประกอบภาพยนต์ที่หลายๆ คนอาจจะรู้จักคือเพลง "A Time for Us" โดย "A Time for Us" นี้เป็นเพลงประกอบภาพยนต์อีกเวอร์ชันหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อร้องของเพลงต้นฉบับที่ชื่อ "What Is a Youth" ซึ่งต่อมามีนักร้องโอเปร่านำไปร้องกันอย่างแพร่หลาย
อีกเส้นทางหนึ่งที่สะดวกที่สุดก็คือเดินทางรถโดยสารแบบเดียวกันกับผู้เขียนในตอนนี้ ด้วยความเหนื่อยจากการนั่งรถประกอบกับขี้เกียจศึกษาเส้นทางเดินของรถเมล์เพราะที่นี่ไม่มีรถไฟใต้ดินเหมือนเมืองใหญ่ๆ อย่างมอนทรีอัล ผู้เขียนจึงเรียกรถแท๊กซี่เพื่อให้พาไปส่งที่ Auberge Internationale de Quebec (HI International Hostel of Quebec)
Ahuntsic-Cartierville, Anjou, Côte-des-Neiges–Notre-Dame-de-Grâce,Lachine, LaSalle, Le Plateau-Mont-Royal, Le Sud-Ouest, L'Île-Bizard–Sainte-Geneviève, Mercier–Hochelaga-Maisonneuve, Montréal-Nord, Outremont, Pierrefonds-Roxboro, Rivière-des-Prairies–Pointe-aux-Trembles, Rosemont–La Petite-Patrie, Saint-Laurent, Saint Leonard, Verdun, Ville-Marie and Villeray–Saint-Michel–Parc-Extension.
มอนทรีอัล หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า City of Montreal ชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Ville de Montréal เป็นเมืองที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักที่แพร่หลายมากที่สุดเป็นลำดับสองรองลงมาจากปารีส นอกจากนี้มอนทรีอัลยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านการค้า การลงทุน ที่สำคัญของแคนาดาเป็นลำดับที่สองรองจากโตรอนโต สำหรับในเรื่องสถาปัตยกรรม อาคารตึกรามบ้านช่องของเมืองนี้ก็น่าสนใจมากไม่แพ้เรื่องอื่น ที่มอนทรีอัลแห่งนี้เขาสามารถอนุรักษ์สิ่งที่บ่งบอกของชาติกำเนิดของคนมอนทรีอัลได้เป็นอย่างดี โดยในส่วนที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ของเมือง หรือที่เขาเรียกว่า Old Montreal นั้นจะเป็นที่ตั้งของโบสถ์ วิหาร หรือสถานที่ในยุคเก่า เช่น Notre-Dame Basilica ที่นักท่องเที่ยวมักจะไม่พลาดที่จะเข้าเยี่ยมชม โดยในบริเวณเมืองเก่าของมอนทรีอัลมีสถาปัตยกรรมเก่าๆ มากมายรวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าความเป็นมาของเมืองนี้ด้วย ซึี่งในแต่ละสถานที่มีที่ตั้งไม่ไกลกันนัก นักท่้องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเดินเท้าในการซึมซับบรรยากาศเพื่อจินตนาการย้อนกลับไปยังปี ค.ศ. 1642 :ซึ่งเป็นปีที่เริ่มสร้างเมืองแห่งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบเดินที่นี่เขาก็จะมีรถม้าไว้สำหรับบริการด้วย
สำหรับผู้ที่อยากมองทัศนียภาพสวยๆ แบบ panorama ของ downtown มอนทรีอัลสามารถเดินทางขึ้นไปชมวิวได้ที่ Mount Royal ที่ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวเพื่อให้เป็นที่ฟอกปอดของคนเมืองมอนทรีอัล เพราะนอกจากจะเป็นสุสานสำหรับฝังศพในนิกายคาทอลิกแล้ว ที่นี่ยังมีสวนสาํธารณะขนาดใหญ่ถึงสามแห่ง โดยผู้ที่ออกแบบภูมิสถาปัตย์สวนสาธารณะบน Mount Royal แห่งนี้ เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ออกแบบภูมิสถาปัตย์สวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงอย่าง Central Park ในนครนิวยอร์กด้วย
นอกเหนือจากสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว สิ่งก่อสร้างร่วมสมัยที่มอนทรีอัลก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อคราวที่มอนทรีอัลเป็นเจ้าภาพเมื่อปี ค.ศ. 1976 ซึ่งปัจจุบันสนามกีฬาแห่งนี้ก็ยังคงใช้อยู่ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกับการเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าเพื่อจับจ่ายสินค้าโดยเฉพาะบรรดาสตรีที่ชอบหาซื้อเครื่องสำอางแบรนด์เนมทั้งหลาย มอนทรีอัลก็สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ เพราะที่นี่มี the underground city ที่เป็น underground complex ใหญ่ที่สุดในโลก โดย underground city แห่งนี้มีจุดเชืีอมต่อทั้งรถไฟใต้ดินหลากหลายสถานี จุดเชื่อมต่อของอาคาร สถานที่ทำงาน ร้านค้าสุด hip หรือห้างสรรพสินค้า chain ดังๆ ของแคนาดา เช่น the Bay, Eaton Centre ห้าง retailer อย่าง Sears Canada เป็นต้น รวมไปถึงธนาคาร และสารพัดสรรพสิ่ง สำหรับความกว้างของเมืองใต้ดินแห่งนี้กว้างประมาณสิบสองตารางกิโลเมตร และประโยชน์ใช้สอยสูงสุดที่ชาวเมืองมอนทรีอัลน่าจะชอบเมืองใต้ดินแห่งนี้น่าจะเป็นช่วงฤดุหนาวที่เมืองใต้ดินต้องรองรับการเดินทางของชาวเมืองเฉลี่ยตกวันละ 500,000 คน ที่ต้องการหลีกเลี่ยงอากาศหนาวเย็นบนพื้นดิน
"My wife, Crystal, and I lived here for four months before we bought our first house. We lived in an apartment of the seventh floor. We often heard voices and banging on the pipes, although no one was to be seen. People often claim to hear cell doors closing behind them as they walk down death row, which is on the floor above the apartment. One time we want away for the week and shut the water off to our apartment. When we returned from our holiday the water was turned on the hot water was now coming out of the cold water tap.?"