Finally, my hometown and World's best city, Bangkok, is now submerged. I wanna give my fellow Bangkokians all the praise for their toleration of “P.M.”. The mentioned definitely does not refer to the Prime Minister at all, we have “so-called” that person, though. (*sigh*)
All the shame, guilt, and blame put down for "P.M or Poor Management".
Photos credit to http://atcloud.com/stories/39392 http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sitcom&month=27-10-2011&group=54&gblog=177 http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000136941 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Bangkok_City_Montage.png by khemkhaeng via Montage from existing wikicommons files.
หลังจากออกจากชานชาลาของสถานี Paris Gare du Nord แล้ว ผู้เขียนปล่อยให้พี่ๆ สำรวจเส้นทางเพื่อจะหาทางไปสถานีรถไฟใต้ดินของปารีส หรือคนที่นี่เขาเรียกว่าเมโทร ในขณะที่ตัวผู้เขียนกับพี่โป่งต้องไปทำภารกิจสำคัญก่อนที่เราจะออกจากสถานี Gare du Nord แห่งนี้ นั่นก็คือการไปเปิดการใช้ตั๋วรถไฟระหว่างประเทศที่ชื่อ “ยูเรลซีเล็คพาส (Eurail Select Pass) หรือการ Validate ตั๋ว รวมไปถึงการจองที่นั่งรถไฟล่วงหน้าสายด่วนพิเศษทีจีวีของฝรั่งเศส (TGV: Train à Grande Vitesse) เส้นทางปารีส-ลูเซิร์น ที่เราจะต้องเดินทางในอีกสามสี่วันข้างหน้า เพราะถ้าเราไม่รีบจองที่นั่งรถไฟ TGV ล่วงหน้า เราอาจไม่ได้ที่นั่งในรถไฟเที่ยวนั้นๆ ได้ ถึงยังงั้นก็ตามเราก็พบกับสิ่งที่เรากังวลไว้ตั้งแต่ต้น นั่นก็คือรถไฟขบวนที่เราต้องการที่นั่งเต็มหมดแล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนแผนที่ตั้งใจไว้โดยคนขายตั๋วแนะนำว่าเราต้องจองที่นั่งของรถไฟสายธรรมดา ซึ่งจะต้องแวะเปลี่ยนรถไฟประมาณสามถึงสี่สถานีกว่าจะเดินทางถึงลูเซิร์น ซึ่งเราไม่มีทางเลือกอื่นเราจึงทำตามคำแนะนำของคนขายตั๋ว สำหรับข้อมูลการซื้อและวิธีใช้ยูเรลพาสโดยละเอียด รวมทั้งความลำบากของพวกเราที่ต้องแบกสัมภาระโดดขึ้นลงรถไฟหลายรอบหลายขบวน จะได้นำมาเล่าในตอนต่อไป
เมื่อทำธุระเรื่องเปิดใช้ตั๋วและจองที่นั่งเรียบร้อยแล้ว จึงได้เวลาที่ต้องเดินทางออกจากสถานี Gare du Nord เสียที แต่โชคไม่เข้าข้างเราเอาเสียเลยที่ขณะนั้นเป็นเวลาเลิกงานของชาวปารีเซียงพอดี ดังนั้นคงไม่น่าแปลกใจว่าตามสถานีเมโทรจะมีคนรอขึ้นรถไฟมากมายสักเพียงใด นอกจากนั้นในรถไฟแต่ละตู้ก็เต็มไปด้วยผู้คน จนไม่มีช่องว่างพอที่จะให้เราและสัมภาระใบโตๆ แทรกเข้าไปได้ พวกเราจึงต้องใช้เวลาอยู่ตามสถานีเมโทรแต่ละแห่งอยู่นานพอสมควรกว่าที่จะมีรถไฟที่พอจะมีที่ว่าง ให้เราแทรกตัวเข้าไปได้ผ่านมาสักขบวน
เราตั้งต้นจากสถานี Gare du Nord นั่งเมโทรสาย ๔ ไปหนึ่งสถานีเพื่อไปลงที่ Barbes Rochechouart จากนั้นต่อด้วยสาย ๒ นั่งไปอีก ๔ สถานีเพื่อลงที่ Place de Clichy แล้วจึงต่อด้วยสาย ๑๓ เพื่อไปลงที่ Mairie de Clichy อันเป็นสถานีจุดหมายของเรา
ออกจากสถานี Mairie de Clichy มาแล้วเราก็ต้องเดินตามหา Paris Clichy Hostel ตามแผนที่ที่พิมพ์มาจากเว็บไซท์ของ Hostel ยังดีที่ Hostel ที่ว่าหาได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่ริมถนน และก็เป็นตึกสูงหลายชั้นรวมทั้งมีป้ายสัญญลักษณ์ Hostelling International ติดตั้งที่ตัวตึกทำให้สังเกตได้ง่าย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นเราก็ได้พบความมีน้ำใจของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ช่วยชี้ทิศทางที่จะมา Hostel ให้หลังจากที่เธอเห็นกลุ่มนักเดินทางหน้าตาเอเชียเหมือนเธอ หันรีหันขวางมองไปตามเส้นทางของถนนเพื่อหาอะไรบางอย่าง เราพูดคุยกับเธออยู่เป็นนานและขอบอกขอบใจที่เธอช่วยบอกเส้นทางให้ ก่อนจะเดินจากมา (ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเส้นทางที่เธอบอกนั้นมันผิดทิศ และเราก็เดินทางไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่เธอบอก)
video credit to: youtube by Busfotodotnl
Photos credit to: http://en.wikipedia.org/wiki/File:Carte_M%C3%A9tro_de_Paris.jpg, http://www.hihostels.com/dba/hostels-Paris---Clichy-020024.en.htm#